
บริษัทจัดเก็บไม่มีความจริงใจในการให้ข้อมูล บัญชีรายชื่อเพลง แต่ต้องการจับเพื่อรีดไถ
มีคำล่ำลือว่า เมื่อมีการจับกุมผู้ประกอบการได้ร้องขอบัญชีรายชื่อเพลง แต่กลับถูกปฎิเสขพร้อมกับคำพูดที่ว่า ผมให้ข้อมูลคุณหมดผมก็จับคุณไม่ได้สิ แสดงให้เห็นถึงเจตนาของ บริษัทเหล่านี้ว่าไม่ได้ต้องการมาขายสิทธิ์ แต่ต้องการมาจับเพื่อเรียกเงินยอมความ เพราะตัวแทนเหล่านี้จะเป็นกลุ่มบุคคลที่ไปซื้อสิทธิ์มาจากเจ้าของสิทธิ์ แล้วออกตระเวนจับกุมเพื่อรีดเงินจากผู้ประกอบการ จากพฤติกรรมและช่องว่างจุดอ่อนของ พ.ร.บ.ที่มองเห็นช่องทางหาเงินไปลงทุนซื้อสิทธิ์ครั้งละไม่กี่พันบาท แล้วออกตระเวนปล้นสดมน์ได้คืนละนับแสนบาท มองดูแล้วเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศในยุคของไอที ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง แต่กลไกของภาครัฐไม่สามารถเยียวยา ระงับพฤติกรรมของโจร พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ ยังคงปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ ดำเนินการต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างเมามัน พฤติกรรมดังกล่าวคือกลุ่มบุคคลที่เป็นมาเฟียระดับชาติ แต่หากไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นเป็นใจหรือร่วมมือด้วย คงไม่สามารถขยายอิทธิพลได้มากมายขนาดนี้
อัตราการจัดเก็บ ภาครัฐไม่สามารถควบคุมได้
การกำหนดอัตราการจัดเก็บของ บริษัทจัดเก็บสามารถกำหนดได้ตามความต้องการโดยไม่ต้องการผ่านกลไกการควบคุมของภาครัฐ กรณีการแบ่งกลุ่มจัดเก็บเป็น 2 กลุ่มภายหลังที่มีการแยกตัวออกมา ราคาที่เคยจัดเก็บก็ยังเหมือนเดิมแต่ภายหลังก็มีการขึ้นราคาอีก ในส่านของกลุ่มที่แยกตัวออกมาก็ตั้งราคาจัดเก็บเท่ากับกลุ่มที่เคยรวมตัวกันทั้งๆที่เป็นกลุ่มย่อยออกมา ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกภาระเหล่านี้ได้ จนถึงขณะนี้มี บริษัทจัดเก็บแยกตัวออกมาเกือบสิบบริษัทแล้ว การที่ภาครัฐไม่สามารถควบคุมราคาการจัดเก็บได้ ทำให้เกิดการผูกขาดทางการค้า และเอาเปรียบผู้บริโภค
การปล่อยให้มีการโอนสิทธิ์กันอย่างเสรี โดยไม่มีการลงทะเบียนควบคุมนำมาซึ่งความล้มเหลวทั้งระบบ
การสร้างสรรค์ผลงานเพลงขึ้นมาเผยแพร่ ไม่มีการจดทะเบียนรับรองสิทธิ์ แต่ละฝ่ายจะมีการทำสัญญากันในการอนุญาติให้ใช้สิทธิ์ได้รับรู้กันเพียงทั้งสองฝ่าย คล้ายกับเป็นความลับทางการค้า แต่ลิขสิทธิ์ตามที่ พ.ร.บ.ได้เข้ามาบังคับจัดเก็บ เป็นหัวใจและเงื่อนไขสำคัญของเจตนาในการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ สมควรจะต้องมีการจัดทำฐานข้อมูล ลงทะเบียนให้เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น
จากข้อผิดพลาดดังกล่าวที่ไม่มีการจดทะเบียนสิทธิ์ผู้สร้างสรรค์ นำมาซึ่งปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากโทษการละเมิดเป็นโทษทางอาญาได้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ประกอบการและประชาชน จนกลไกของภาครัฐมิอาจเยียวยา สถานะการณ์ให้กลับคืนมาเป็นปรกติได้เนื่องจากติดขัดจากข้อ ก.ม.และแนวทางปฏิบัติ ทำให้ระบบการจัดเก็บที่ดำเนินการอยู่มาถึงจุดวิกฤติและทางตัน ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปรกติ เป็นบทสรุปแห่งความล้มเหลว |